ชาวประมงแห่ขายปลาฉลามวาฬ

เป็นที่ฮือฮาอีกแล้วสำหรับข่าวในประเทศจีนที่คราวนี้อ่านดูอาจจะตลกแต่ผมหาหลายคนอาจจะมองอีกมุมในข่าวนี้เรื่องก็มีอยู่ว่าชาวประมงในมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน จับฉลามวาฬบรรทุกใส่ท้ายรถ ใช้เลื่อยแล่เนื้อตระเวนขายให้ห้องครัวโรงแรมต่างๆโดยที่กฏหมายคุ้มครองสัตว์ของจีนจัดให้ฉลามวาฬเป็นสัตว์สงวน สื่อประเทศจีนรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา มีชาวเน็ตจีนแชร์เผยแพร่รูปภาพและคลิปวีดิโอหนึ่งซึ่งเกิดกระแสวิจารณ์ไม่น้อย เผยให้เห็นฉลามวาฬขนาดใหญ่ตัวหนึ่งที่ถูกชาวประมงจับมา ถูกบรรทุกไว้ท้ายรถบรรทุกขนาดเล็ก ขับลากไปตามถนน ก่อนนำไปแล่เนื้อโดยใช้เลื่อยหั่นออกมาเป็นชิ้นๆ อย่างโหดร้าย เพื่อนำไปส่งขายให้ห้องครัวของโรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอเสียผู่ เมืองหนิงโป มณฑลฝูเจี้ยนพนักงานห้องครัวของโรงแรมดังกล่าวบอกว่า เนื่องจากภัตตาคารตั้งอยู่ใกล้กับทะเล จึงมีพ่อค้าขนฉลามวาฬนี้มาเสนอขายให้ แต่ด้วยทางโรงแรมเห็นว่ามันมีกลิ่นเหม็นรุนแรงเกินไปจึงปฏิเสธไม่รับซื้อนอกจากนี้ ทางพ่อครัวยังอธิบายว่า ฉลามวาฬตัวนี้เจริญเติบโตอยู่ในทะเลเป็นเวลานาน ตัวมันจึงเต็มไปด้วยสารปรอทปริมาณสูง ซึ่งไม่สามารถนำมาประกอบอาหารรับประทานได้ขณะที่ผู้พบเห็นเหตุการณ์บันทึกภาพและคลิปวีดิโอนำแจ้งกับตำรวจและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันกำลังดำเนินการตรวจสอบทั้งนี้ ฉลามวาฬเป็นสัตว์สงวนประเภทที่ 2 ของจีน หากชาวประมงจับได้ให้รีบปล่อยคืนทันที หากพบว่าตายให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตามกฎหมายหากพบมีการล่าและจำหน่าย มีโทษจำคุก 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

เครื่องบินญี่ปุ่นชนนกเครื่องยนต์ไหม้โชคดีวนกลับทัน

เกิดข่าวระทึกขวัญจากเครื่องบินอีกแล้วหลังเครื่องบินสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ส รีบบินวนกลับสนามบินทันที หลังเครื่องยนต์ไฟไหม้ ผู้โดยสารกว่า 250 ชีวิตนั่งระทึก เพราะเทคออฟชนฝูงนกสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ส ต้องบินวนกลับมาลงจอดฉุกเฉินที่โตเกียว หลังจากเกิดเหตุขัดข้องในระบบเครื่องยนต์ มีเพลิงลุกไหม้กะทันหัน เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นเพราะบินชนฝูงนกระหว่างกำลังทำการเทคออฟตามรายงานระบุว่า เจเปน แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ JL6 ต้องส่งสัญญาณขอบินกลับแบบฉุกเฉินลงที่ท่าอากาศยานฮะเนะดะ หลังจากเพิ่งทยานขึ้นสู่ฟ้าเพียงไม่กี่นาที เมื่อช่วงสายวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ตามเวลาในท้องถิ่น เนื่องจากพบสัญญาณขัดข้องที่เครื่องยนต์ และมีควันไฟเกิดขึ้นด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 777 พร้อมกับผู้โดยสารและลูกเรือราวๆ 250 คน กลับมายังสนามบินได้อย่างปลอดภัย ขณะที่การตรวจสอบพบว่าเกิดเพลิงไหม้ที่เครื่องยนต์ฝั่งซ้ายของเครื่องบิน เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะประสบเหตุบินชนกับฝูงนกช่วงที่ทำการเทคออฟขึ้นจากสนามบินนั่นเองทั้งนี้ ทางการญี่ปุ่นและเจ้าหน้าที่สนามบินอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงในกรณีนี้ ขณะที่สายการบินได้โยกย้ายและเปลี่ยนเครื่องบินให้ผู้โดยสารทั้งหมดได้ออกเดินทางไปยังนครนิวยอร์กได้ต่อ โดยล่าช้าไปจากกำหนดการเดิมราวๆ 1 ชั่วโมง ขณะนี้ผู้โดยสารทั้งหมดอยู่ระหว่างบินไปถึงปลายทางอย่างไรก็ตาม จากสถิติท่าอากาศยานฮะเนะดะพบประวัติการบินเฉี่ยวชนกับฝูงนกบ่อยครั้ง โดยเมื่อปี 2016 มีมาถึง 182 ครั้ง เช่นเดียวกับท่าอากาศยานโอซากะ เมื่อปีที่แล้วก็มีประวัติเกิดเหตุเช่นนี้มาถึง 73 ครั้ง และอีก 57 ครั้งที่ท่าอากาศยานนาริตะ แต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่จะกระทบต่อระบบการบิน

เฮอริเคนถล่มหมู่เกาะแคริบบียน

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2560 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พายุเฮอริเคน เออร์มา ที่มีความเร็วลมสูงสุดถึง 300 กม.ต่อชม. เป็นหนึ่งในพายุที่มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบหลายสิบปี ที่ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติก พัดถล่มประเทศหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน อย่างสาธารณรัฐโดมินิกัน, เปอร์โตริโก, แอนติกาและบาร์บูดา รวมถึงเกาะเซนต์มาร์ติน ดินแดนของฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ เมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น โดยล่าสุดมีผู้เสียชีวิตรวมกันแล้วอย่างน้อย 10 ราย ที่เกาะเซนต์มาร์ติน ได้รับความเสียหายจากพายุถึง 95% โดยขณะนี้ประชาชนไม่มีไฟฟ้าใช้ หรือแม้แต่ที่พักพิงชั่วคราว และกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนขณะที่เกาะบาร์บูดา เกาะในประเทศแอนติกาและบาร์บูดา มีบ้านเรือนพังเสียหายจำนวน 90% ของเกาะ และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ส่วนที่เกาะบาร์เบโดสมีผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย หลังจากนั้นพายุได้พัดขึ้นฝั่งที่เปอร์โตริโก โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของเกาะ ประชาชนไม่มีไฟฟ้าใช้ และระบบน้ำประปาเสียหาย ขณะที่มีต้นไม้หักโค่น และเสาไฟฟ้าล้มกีดขวางตามท้องถนน ต่อมา พายุเออร์มา ได้ทำให้เกิดน้ำท่วมในสาธารณรัฐโดมินิกัน โดยที่กรุงซานโต โดมิงโก มีบ้านเรือนพังเสียหายจำนวนมาก ถนนหนทางถูกตัดขาด และมีต้นไม้ล้มกีดขวางบนถนนเป็นจำนวนมากทั้งนี้ ขณะที่ทางการรัฐฟลอริดาของสหรัฐสั่งการอพยพผู้คนเพื่อรับมือกับเฮอริเคน เออร์มา ที่เตรียมเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งในสุดสัปดาห์นี้ ขณะที่ยังมีเฮอริเคนอีก 2 ลูกที่เริ่มก่อตัวขึ้น คือ เฮอริเคน คาเทีย ที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 3 ในอ่าวเม็กซิโก จะพัดขึ้นฝั่งเม็กซิโกในพรุ่งนี้ ขณะที่เฮอริเคน โฮเซ่ ก็เริ่มก่อตัวขึ้นกลางมหาสมุทรแอตแลนติก ที่กำลังทวีความรุนแรงเป็นเฮอริเคนระดับ 3 และอาจมุ่งหน้าสู่สหรัฐฯ ได้ในเวลาต่อมา

หนุ่มญี่ปุ่นตกสะพายตายหลังขอแฟนสาวแต่งงาน

มื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา มีข่าวหน้าเศร้าจากญี่ปุ่นที่ตอนแรกเหมือนจะเป็นฉากปิดท้ายความรักของหนุ่มสาวโดยการขอแต่งงาน แต่กับเป็นเรื่องหน้าเศร้าเพราะหลังจากฝ่ายสาวตกลง ฝ่ายชายได้รู้คำตอบก็กระโดดด้วยความดีใจจนเสียหลักตกจากสะพานลงกลางทะเล เรื่องราวสุดสลดของชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งนี้ เกิดเสียหลักผลัดตกจากสะพานเชื่อมต่อเกาะชื่อดังในจังหวัดโอกินาวะ ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ลงไปในทะเล เสียชีวิต หลังจากเอ่ยขอแฟนสาวแต่งงานได้สำเร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 00:00 น. วันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ช่วงกลางสะพานอิราบุ ที่เชื่อมต่อระหว่างเกาะมิยาโกะและเกาะอิราบุ ในจังหวัดโอกินาวะ ชายหนุ่มผู้เสียชีวิตอายุ 32 ปี ร่วงตกจากสะพานลงไปในทะเลความสูงราว 30 เมตร โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการช่วยเหลือและค้นหาตัวชายหนุ่มรายดังกล่าวทันที แต่ก็พบร่างไร้ลมหายใจของเขาในอีก 7 ชั่วโมงต่อมา ตามรายงานระบุว่า เมื่อช่วงคืนวันที่ 3 ก.ย. ชายหนุ่มรายดังกล่าวได้ขับรถพาแฟนสาวขึ้นไปบนสะพาน และหยุดจอดบริเวณจุดเกิดเหตุ ก่อนเอ่ยขอแฟนสาวแต่งงาน ซึ่งหลังจากฝ่ายแฟนสาวตอบตกลง เขาก็กระโจนป่ายปีนรั้วกั้นสะพานด้วยความดีใจ และเกิดเสียหลักร่วงตกลงไปในทะเล กระทั่งเสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้ สะพานอิราบุเปิดใช้งานเมื่อปี 2015 มีความยาวทั้งสิ้น 3,540 เมตร เป็นสะพานที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น สามารถเดินทางข้ามโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูง ด้วยมีทิวทัศน์ที่สวยงามตระการตา

หนุ่มชาวจีนลงทุนเปิดร้านอาหารกำไร 5 แสนต่อเดือน

หนุ่มจีนเปิดร้านอาหารจีนสไตล์เสฉวนในโมร็อกโก ทำกำไรกว่า 5 แสนบาทต่อเดือนสำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า หวัง ลั่วผิงชายชาวจีนวัย 30 กว่าปี จากมณฑลเจ้อเจียง เดินทางไปเปิดร้านอาหารจีนในโมร็อกโก ด้วยอาหารเสฉวนธรรมดาอย่างปลาต้มน้ำพริก มันฝรั่งเส้นผัด และเต้าหู้ม๋าโฝโดยเขาเปิดกิจการเพียงครึ่งปีก็สามารถทำกำไรต่อเดือนสูงลิ่วกว่า 1 แสนหยวน ประมาณ 510,000 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับตอนทำงานในจีน เขามีรายได้มากกว่าถึง 10 เท่าหวัง ลั่วผิง เป็นหนึ่งในชาวจีนที่ไปทำงานในโมร็อกเป็นกลุ่มแรกสุด ในช่วงที่โมร็อกโกยังมีชาวจีนเพียง 3,000 คน และมีนักท่องเที่ยวไม่ถึง 1,000 คนต่อปี จากนั้นช่วงเดือน มิ.ย. ปี 2016 โมร็อกโกได้อนุญาตให้ชาวจีนเดินทางเข้าไปได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเพิ่มมากขึ้นกว่า 6 เท่าในเวลาครึ่งปีหวัง ลั่วผิง จึงตัดสินใจเปิดร้านอาหารชื่อ ฉางเฉิงขึ้นเมื่อช่วงเดือนม.ค.ที่ผ่านมา และตกแต่งร้านให้มีได้บรรยากาศแบบวัฒนธรรมจีน ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ ฯลฯ ชื่อฟังดูพื้นๆ แต่ฉางเฉิงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีนเรา เมื่อทุกคนได้พบเห็นต่างก็รู้จักส่วนวัตถุดิบอย่างผักและผลไม้ก็ซื้อจากตลาดในท้องถิ่น ซึ่งเขาจะออกไปตลาดช่วงเช้าตรู่เพื่อเลือกซื้อวัตถุดิบที่สดใหม่ทุกวัน กระทั่งกิจการร้านอาหารของเขาเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจเป็นอย่างมากภายในเวลาเพียงครึ่งปี จนโต๊ะ 50 กว่าที่ในร้านแทบไม่พอรองรับลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้าชาวจีน และมีกำไรสูงถึง 1 แสนหยวนต่อเดือน