จัดประมูลเพชร 163 กะรัต

สถาบันคริสตีส์เตรียมจัดประมูลเพชรน้ำหนักกว่า 163 กะรัต ราคาเริ่มต้นที่ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เดือนหน้ารายการ Welcome World ทางช่อง MONO29 เผยเรื่องราวของ เพชรน้ำหนัก 163.41 กะรัต ซึ่งสถาบันคริสตีส์เผยว่าเป็นเพชรที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เท่าที่เคยมีการประมูลมาเพชรเม็ดดังกล่าว ซึ่งมีการค้นพบทางตะวันออกของประเทศแองโกล่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว เป็นเพชรที่มีคุณภาพสีอยู่ในเกรด ดี-คัลเลอร์ หรือที่เรียกว่า เพชรน้ำ 100และไร้ตำหนิ ซึ่งนับเป็นเพชรที่มีมาตรฐานสูงสุดตามข้อกำหนดของสถาบันอัญมณีศาสตร์แห่งอเมริกาเพชรดังกล่าวถูกนำไปจัดแสดงตามสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงฮ่องกง, นครนิวยอร์ก และนครดูไบ ก่อนที่จะนำไปประมูลที่สถาบันคริสตีส์ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้  เดวิด วาร์เรน หัวหน้าฝ่ายเครื่องประดับสถาบันคริสตีส์ประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง กล่าวว่า เพชรเม็ดนี้เป็นเพชรที่สมบูรณ์แบบ และมีขนาดใหญ่ถึง 163 กะรัต มันเป็นเพชรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในหมวดดี คัลเลอร์ ที่เคยถูกนำมาประมูล หลังจากก่อนหน้านี้มีการประมูลเพชรในหมวดเดียวกัน ที่มีขนาด 118 กะรัตเพชรดิบขนาด 404.20 กะรัต ถูกค้นพบโดย เนเมซิส อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทค้าเพชรที่ดิบ จากนั้นจึงส่งต่อให้กับช่างอัญมณีในเมืองเจนีวา และให้ เดอ กริสโซโกโน บริษัทผู้ผลิตนาฬิกาเป็นผู้ออกแบบ, ตัดด้วยเลเซอร์ และเจียระไน โดยมี ฟาวาซ กรูโอซิ ผู้ก่อตั้ง เดอ กริสโซโกโน เป็นผู้อยู่เบื้องหลังผลงานผลงานสร้อยคอเพชรขนาด 163.41 กะรัต ประดับด้วยด้วยมรกตกว่า 3 พันเม็ด ที่ออกแบบโดย กรูโอซิ จะถูกนำมาประมูลที่สถาบันคริสตีส์ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1 พัน 20 ล้านบาทเครื่องประดับชิ้นนี้ถูกนำมาจัดแสดงที่งาน Dubai Diamond Conferenceครั้งที่ 3 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยศูนย์สินค้าโภคภัณฑ์ดูไบ หรือ DMCC ท่ามกลางความพยายามของทางการนครดูไบ ที่ต้องการเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเพชรชั้นนำของโลก

 

คนร้ายขับรถกระบะพุ่งใส่ฝูงชนดับ 8ศพ บาดเจ็บอีก11ราย

ผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นผู้อพยพวัย 29 ปี ขับรถกระบะพุ่งชนประชาชนในเมืองแมนฮัตตัน เสียชีวิต 8 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีก 11 รายสำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุการณ์สถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในเมืองแมนฮัตตัน นครนิวยอร์กใจกลางนครนิวยอร์กซิตี้ สหรัฐฯ โดยสำนักงานตำรวจนครนิวยอร์ก แถลงการณ์เกี่ยวกับเหตุคนร้ายขับรถกระบะสีขาวพุ่งเข้าใส่ฝูงชน บริเวณบาทวิถีและทางจักรยานในย่านโลวเวอร์ เมื่อช่วงบ่ายของวันอังคารที่ 31 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 11 คน  รายงานจาก เดอะ การ์เดียน ระบุว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ในทันที ด้วยการยิงสกัดเข้าที่บริเวณท้องน้อย โดยคนร้ายลงจากรถพร้อมอาวุธปืน 2 กระบอก หลังขับรถไปชนเข้ากับรถรับส่งนักเรียนคันหนึ่งที่จอดอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม พนักงานสืบสวนเผยข้อมูลเปิดเผยข้อมูลผู้ต้องสงสัยชื่อว่า นายเซย์ฟุลโล ไซปอฟ เป็นผู้อพยพชายชาวอุซเบกิสถาน วัย 29 ปี อาศัยอยู่ที่รัฐฟลอริดา และอาศัยอยู่ที่รัฐนี้ตั้งแต่ปี 2553 โดยในระหว่างเกิดเหตุมีผู้ได้ยินว่านายไซปอฟตะโกนถ้อยคำสัญเสริญพระเจ้าหลังก่อเหตุ แต่ขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบเหตุที่เกิดขึ้นนายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก และนายบิล เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ออกมาประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นเหตุการก่อการร้าย พร้อมทั้งระบุว่ามหานครนิวยอร์กเป็นเมืองแห่งเสรีภาพและประชาธิปไตยจึงเป็นเป้าโจมตีจากบุคคลที่ไม่หวังดี

พายุฝนฟ้าคะนองที่ออสเตรเลีย

จากวิกฤตการณ์ปัญหาสภาพอากาศโลกแปรปรวนทำให้เกิดภัยธรรมชาติขึ้นหลายที่ในโลกล่าสุดเกิดพายุฝนฟ้าคะนองที่ออสเตรเลียเผชิญสภาพอากาศแปรปรวนอย่างหนัก ทั้งพายุพัดถล่มที่ทำให้เกิดฟ้าแลบเกือบ 2 แสนครั้ง ในรัฐควีนส์แลนด์ และพายุลูกเห็บในรัฐวิกตอเรียเกิดเหตุพายุพัดถล่มอย่างรุนแรง ทำให้เกิดฝนตกหนักและฟ้าผ่าเหนือท้องฟ้ารัฐควีนส์แลนด์ ในออสเตรเลีย กว่า 1 แสน 7 หมื่น 6 พันครั้ง ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง เมื่อช่วงคืนวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น และมีแนวโน้มเกิดขึ้นต่อเนื่องถึงเมื่อวานนี้ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยารัฐควีนส์แลนด์ เตือนว่าจะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง, ลมกระโชกแรง และลูกเห็บขนาดใหญ่พายุดังกล่าวสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนจำนวนมาก และมีประชาชนหลายคนสามารถถ่ายภาพขณะเกิดฟ้าผ่าไว้ได้ขณะที่ เอ็นเนอร์เจ็กซ์ บริษัทผู้ให้บริการด้านพลังงานในท้องถิ่นระบุว่า มีบ้านเรือนมากกว่า 4 พันหลังคาเรือน ต้องอยู่โดยไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ เนื่องจากพายุ ส่วนผู้คนในเมืองเมลเบิร์น รัฐวิกตอเรีย ต้องประหลาดใจกับพายุลูกเห็บที่ตกลงมาอย่างกะทันหัน รวมถึงนายลูอิส เฟอร์ราดา ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ที่ถ่ายภาพวิดีโอขณะลูกเห็บตกลงในสวนของเขา และเขาก็ประหลาดใจยิ่งขึ้น เมื่อสามารถจับภาพสิ่งที่ดูคล้ายเครื่องบินโดยสารถูกฟ้าผ่าสื่อท้องถิ่น รายงานว่า ผู้คนในรัฐวิกตอเรียกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งท้องฟ้าที่แจ่มใส และพายุลูกเห็บที่เกิดขึ้นภายในเวลา 24 ชั่วโมง  รายงานจากสื่อต่างๆ ระบุว่า เมื่อวันอาทิตย์ อุณหภูมิในบางพื้นที่ลดลงจาก 26 องศาเซลเซียส อยู่ที่ 6 องศาเซลเซียส ภายในเวลา 10 นาที

ชาวประมงแห่ขายปลาฉลามวาฬ

เป็นที่ฮือฮาอีกแล้วสำหรับข่าวในประเทศจีนที่คราวนี้อ่านดูอาจจะตลกแต่ผมหาหลายคนอาจจะมองอีกมุมในข่าวนี้เรื่องก็มีอยู่ว่าชาวประมงในมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน จับฉลามวาฬบรรทุกใส่ท้ายรถ ใช้เลื่อยแล่เนื้อตระเวนขายให้ห้องครัวโรงแรมต่างๆโดยที่กฏหมายคุ้มครองสัตว์ของจีนจัดให้ฉลามวาฬเป็นสัตว์สงวน สื่อประเทศจีนรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา มีชาวเน็ตจีนแชร์เผยแพร่รูปภาพและคลิปวีดิโอหนึ่งซึ่งเกิดกระแสวิจารณ์ไม่น้อย เผยให้เห็นฉลามวาฬขนาดใหญ่ตัวหนึ่งที่ถูกชาวประมงจับมา ถูกบรรทุกไว้ท้ายรถบรรทุกขนาดเล็ก ขับลากไปตามถนน ก่อนนำไปแล่เนื้อโดยใช้เลื่อยหั่นออกมาเป็นชิ้นๆ อย่างโหดร้าย เพื่อนำไปส่งขายให้ห้องครัวของโรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอเสียผู่ เมืองหนิงโป มณฑลฝูเจี้ยนพนักงานห้องครัวของโรงแรมดังกล่าวบอกว่า เนื่องจากภัตตาคารตั้งอยู่ใกล้กับทะเล จึงมีพ่อค้าขนฉลามวาฬนี้มาเสนอขายให้ แต่ด้วยทางโรงแรมเห็นว่ามันมีกลิ่นเหม็นรุนแรงเกินไปจึงปฏิเสธไม่รับซื้อนอกจากนี้ ทางพ่อครัวยังอธิบายว่า ฉลามวาฬตัวนี้เจริญเติบโตอยู่ในทะเลเป็นเวลานาน ตัวมันจึงเต็มไปด้วยสารปรอทปริมาณสูง ซึ่งไม่สามารถนำมาประกอบอาหารรับประทานได้ขณะที่ผู้พบเห็นเหตุการณ์บันทึกภาพและคลิปวีดิโอนำแจ้งกับตำรวจและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันกำลังดำเนินการตรวจสอบทั้งนี้ ฉลามวาฬเป็นสัตว์สงวนประเภทที่ 2 ของจีน หากชาวประมงจับได้ให้รีบปล่อยคืนทันที หากพบว่าตายให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตามกฎหมายหากพบมีการล่าและจำหน่าย มีโทษจำคุก 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

เครื่องบินญี่ปุ่นชนนกเครื่องยนต์ไหม้โชคดีวนกลับทัน

เกิดข่าวระทึกขวัญจากเครื่องบินอีกแล้วหลังเครื่องบินสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ส รีบบินวนกลับสนามบินทันที หลังเครื่องยนต์ไฟไหม้ ผู้โดยสารกว่า 250 ชีวิตนั่งระทึก เพราะเทคออฟชนฝูงนกสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ส ต้องบินวนกลับมาลงจอดฉุกเฉินที่โตเกียว หลังจากเกิดเหตุขัดข้องในระบบเครื่องยนต์ มีเพลิงลุกไหม้กะทันหัน เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นเพราะบินชนฝูงนกระหว่างกำลังทำการเทคออฟตามรายงานระบุว่า เจเปน แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ JL6 ต้องส่งสัญญาณขอบินกลับแบบฉุกเฉินลงที่ท่าอากาศยานฮะเนะดะ หลังจากเพิ่งทยานขึ้นสู่ฟ้าเพียงไม่กี่นาที เมื่อช่วงสายวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ตามเวลาในท้องถิ่น เนื่องจากพบสัญญาณขัดข้องที่เครื่องยนต์ และมีควันไฟเกิดขึ้นด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 777 พร้อมกับผู้โดยสารและลูกเรือราวๆ 250 คน กลับมายังสนามบินได้อย่างปลอดภัย ขณะที่การตรวจสอบพบว่าเกิดเพลิงไหม้ที่เครื่องยนต์ฝั่งซ้ายของเครื่องบิน เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะประสบเหตุบินชนกับฝูงนกช่วงที่ทำการเทคออฟขึ้นจากสนามบินนั่นเองทั้งนี้ ทางการญี่ปุ่นและเจ้าหน้าที่สนามบินอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงในกรณีนี้ ขณะที่สายการบินได้โยกย้ายและเปลี่ยนเครื่องบินให้ผู้โดยสารทั้งหมดได้ออกเดินทางไปยังนครนิวยอร์กได้ต่อ โดยล่าช้าไปจากกำหนดการเดิมราวๆ 1 ชั่วโมง ขณะนี้ผู้โดยสารทั้งหมดอยู่ระหว่างบินไปถึงปลายทางอย่างไรก็ตาม จากสถิติท่าอากาศยานฮะเนะดะพบประวัติการบินเฉี่ยวชนกับฝูงนกบ่อยครั้ง โดยเมื่อปี 2016 มีมาถึง 182 ครั้ง เช่นเดียวกับท่าอากาศยานโอซากะ เมื่อปีที่แล้วก็มีประวัติเกิดเหตุเช่นนี้มาถึง 73 ครั้ง และอีก 57 ครั้งที่ท่าอากาศยานนาริตะ แต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่จะกระทบต่อระบบการบิน

เฮอริเคนถล่มหมู่เกาะแคริบบียน

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2560 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พายุเฮอริเคน เออร์มา ที่มีความเร็วลมสูงสุดถึง 300 กม.ต่อชม. เป็นหนึ่งในพายุที่มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบหลายสิบปี ที่ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติก พัดถล่มประเทศหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน อย่างสาธารณรัฐโดมินิกัน, เปอร์โตริโก, แอนติกาและบาร์บูดา รวมถึงเกาะเซนต์มาร์ติน ดินแดนของฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ เมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น โดยล่าสุดมีผู้เสียชีวิตรวมกันแล้วอย่างน้อย 10 ราย ที่เกาะเซนต์มาร์ติน ได้รับความเสียหายจากพายุถึง 95% โดยขณะนี้ประชาชนไม่มีไฟฟ้าใช้ หรือแม้แต่ที่พักพิงชั่วคราว และกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนขณะที่เกาะบาร์บูดา เกาะในประเทศแอนติกาและบาร์บูดา มีบ้านเรือนพังเสียหายจำนวน 90% ของเกาะ และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ส่วนที่เกาะบาร์เบโดสมีผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย หลังจากนั้นพายุได้พัดขึ้นฝั่งที่เปอร์โตริโก โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของเกาะ ประชาชนไม่มีไฟฟ้าใช้ และระบบน้ำประปาเสียหาย ขณะที่มีต้นไม้หักโค่น และเสาไฟฟ้าล้มกีดขวางตามท้องถนน ต่อมา พายุเออร์มา ได้ทำให้เกิดน้ำท่วมในสาธารณรัฐโดมินิกัน โดยที่กรุงซานโต โดมิงโก มีบ้านเรือนพังเสียหายจำนวนมาก ถนนหนทางถูกตัดขาด และมีต้นไม้ล้มกีดขวางบนถนนเป็นจำนวนมากทั้งนี้ ขณะที่ทางการรัฐฟลอริดาของสหรัฐสั่งการอพยพผู้คนเพื่อรับมือกับเฮอริเคน เออร์มา ที่เตรียมเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งในสุดสัปดาห์นี้ ขณะที่ยังมีเฮอริเคนอีก 2 ลูกที่เริ่มก่อตัวขึ้น คือ เฮอริเคน คาเทีย ที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 3 ในอ่าวเม็กซิโก จะพัดขึ้นฝั่งเม็กซิโกในพรุ่งนี้ ขณะที่เฮอริเคน โฮเซ่ ก็เริ่มก่อตัวขึ้นกลางมหาสมุทรแอตแลนติก ที่กำลังทวีความรุนแรงเป็นเฮอริเคนระดับ 3 และอาจมุ่งหน้าสู่สหรัฐฯ ได้ในเวลาต่อมา

หนุ่มญี่ปุ่นตกสะพายตายหลังขอแฟนสาวแต่งงาน

มื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา มีข่าวหน้าเศร้าจากญี่ปุ่นที่ตอนแรกเหมือนจะเป็นฉากปิดท้ายความรักของหนุ่มสาวโดยการขอแต่งงาน แต่กับเป็นเรื่องหน้าเศร้าเพราะหลังจากฝ่ายสาวตกลง ฝ่ายชายได้รู้คำตอบก็กระโดดด้วยความดีใจจนเสียหลักตกจากสะพานลงกลางทะเล เรื่องราวสุดสลดของชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งนี้ เกิดเสียหลักผลัดตกจากสะพานเชื่อมต่อเกาะชื่อดังในจังหวัดโอกินาวะ ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ลงไปในทะเล เสียชีวิต หลังจากเอ่ยขอแฟนสาวแต่งงานได้สำเร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 00:00 น. วันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ช่วงกลางสะพานอิราบุ ที่เชื่อมต่อระหว่างเกาะมิยาโกะและเกาะอิราบุ ในจังหวัดโอกินาวะ ชายหนุ่มผู้เสียชีวิตอายุ 32 ปี ร่วงตกจากสะพานลงไปในทะเลความสูงราว 30 เมตร โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการช่วยเหลือและค้นหาตัวชายหนุ่มรายดังกล่าวทันที แต่ก็พบร่างไร้ลมหายใจของเขาในอีก 7 ชั่วโมงต่อมา ตามรายงานระบุว่า เมื่อช่วงคืนวันที่ 3 ก.ย. ชายหนุ่มรายดังกล่าวได้ขับรถพาแฟนสาวขึ้นไปบนสะพาน และหยุดจอดบริเวณจุดเกิดเหตุ ก่อนเอ่ยขอแฟนสาวแต่งงาน ซึ่งหลังจากฝ่ายแฟนสาวตอบตกลง เขาก็กระโจนป่ายปีนรั้วกั้นสะพานด้วยความดีใจ และเกิดเสียหลักร่วงตกลงไปในทะเล กระทั่งเสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้ สะพานอิราบุเปิดใช้งานเมื่อปี 2015 มีความยาวทั้งสิ้น 3,540 เมตร เป็นสะพานที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น สามารถเดินทางข้ามโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูง ด้วยมีทิวทัศน์ที่สวยงามตระการตา

หนุ่มชาวจีนลงทุนเปิดร้านอาหารกำไร 5 แสนต่อเดือน

หนุ่มจีนเปิดร้านอาหารจีนสไตล์เสฉวนในโมร็อกโก ทำกำไรกว่า 5 แสนบาทต่อเดือนสำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า หวัง ลั่วผิงชายชาวจีนวัย 30 กว่าปี จากมณฑลเจ้อเจียง เดินทางไปเปิดร้านอาหารจีนในโมร็อกโก ด้วยอาหารเสฉวนธรรมดาอย่างปลาต้มน้ำพริก มันฝรั่งเส้นผัด และเต้าหู้ม๋าโฝโดยเขาเปิดกิจการเพียงครึ่งปีก็สามารถทำกำไรต่อเดือนสูงลิ่วกว่า 1 แสนหยวน ประมาณ 510,000 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับตอนทำงานในจีน เขามีรายได้มากกว่าถึง 10 เท่าหวัง ลั่วผิง เป็นหนึ่งในชาวจีนที่ไปทำงานในโมร็อกเป็นกลุ่มแรกสุด ในช่วงที่โมร็อกโกยังมีชาวจีนเพียง 3,000 คน และมีนักท่องเที่ยวไม่ถึง 1,000 คนต่อปี จากนั้นช่วงเดือน มิ.ย. ปี 2016 โมร็อกโกได้อนุญาตให้ชาวจีนเดินทางเข้าไปได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเพิ่มมากขึ้นกว่า 6 เท่าในเวลาครึ่งปีหวัง ลั่วผิง จึงตัดสินใจเปิดร้านอาหารชื่อ ฉางเฉิงขึ้นเมื่อช่วงเดือนม.ค.ที่ผ่านมา และตกแต่งร้านให้มีได้บรรยากาศแบบวัฒนธรรมจีน ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ ฯลฯ ชื่อฟังดูพื้นๆ แต่ฉางเฉิงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีนเรา เมื่อทุกคนได้พบเห็นต่างก็รู้จักส่วนวัตถุดิบอย่างผักและผลไม้ก็ซื้อจากตลาดในท้องถิ่น ซึ่งเขาจะออกไปตลาดช่วงเช้าตรู่เพื่อเลือกซื้อวัตถุดิบที่สดใหม่ทุกวัน กระทั่งกิจการร้านอาหารของเขาเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจเป็นอย่างมากภายในเวลาเพียงครึ่งปี จนโต๊ะ 50 กว่าที่ในร้านแทบไม่พอรองรับลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้าชาวจีน และมีกำไรสูงถึง 1 แสนหยวนต่อเดือน

แชร์กระหน่ำ เมฆประหลาดโผล่เหนือฟ้าบราซิล อย่างกับอุกกาบาตชนโลก

เป็นเรื่องที่แชร์กันอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ถ่ายภาพเมฆประหลาดเหนือท้องของประเทศบราซิลซึ่งมีลักษณะคล้ายกับอุกกาบาตกำลังพุ่งชนโลก วันที่ 19 สิงหาคม 2017 มีรายการว่ามีผู้ถ่ายภาพเมฆประหลาดได้ทางตอนใต้ของประเทศบราซิล สร้างความตกใจให้กับผู้พบเห็นอย่างมากซึ่งท้องฟ้ามีลักษณะสีส้มอมแดงคล้ายควันเหมือนกับลูกไฟกำลังพุ่งลงมาจากท้องฟ้า บางคนระบุว่าเมฆประหลาดที่เกิดขึ้นนี้ดูเหมือนกับงวงของทอร์นาโด ซึ่งเป็นเมฆที่เกิดจุดเดียวโดยรอบเป็นฟ้าโล่งและไม่มีเมฆอื่นปรากฏอยู่เลย นอกจากนี้ยังมีคนที่พบเจอมันยังระบุด้วยว่าเมฆนี้เหมือนกับดาวหางที่กำลังพุ่งลงมา ปรากฏการณ์เมฆประหลาดนี้สามารถพบเห็นทั่วทั้งพื้นที่ของบราซิลซึ่งมีการคาดการณ์และถกเถียงต่างๆนาๆ โดยหลายคนระบุว่าเมฆดังกล่าวอาจเป็นการกระทำของพระเจ้า หลังจากนั้นรูปนี้ก็แชร์ไปทั่วทั้งโซเซียล ไม่ว่าจะเป็น อินสตาร์แกรม, เฟซบุ๊ค และอื่นๆอีกมากมาย โดยมีผู้เข้าชมภาพดังกล่าวมากถึง 1 ล้านคน และมีการถกเถียงต่างๆนาๆ ถึงเมฆดังกล่าว

ปรากฏการณ์เมฆประหลาดนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยปรากฏเมฆนี้เป็นเวลา 4 นาทีและจางหายไปมีหลายคนระบุว่าไม่เคยเจอเมฆประหลาดแบบนี้มาก่อนในชีวิต จนตอนนี้ยังไม่มีใครรวมถึงนักวิทยาศาสตร์ออกมาให้คำตอบว่าเมฆประหลาดนี้คืออะไรกันแน่ ซึ่งยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในบราซิล หลายคนบอกว่านี่อาจเป็นผลงานของพระผู้เป็นเจ้าก็ได้ ขณะที่หลายคนบอกว่านี่อาจเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างหนึ่งที่หาชมยาก

แชร์ภาพผู้เคราะห์ร้าย ปอมเปอี สภาพศพคล้ายกับ ??

ภัยพิบัติเมืองปอมเปอีแม้ว่าจะเกิดขึ้นมานานนับพันปีแล้ว แต่เรื่องราวภัยธรรมชาติที่น่ากลัวและโศกนาฏกรรมที่ชาวโลกต้องจดจำนั้นยังคงไม่ลืมเลือน ที่ผ่านมานั้นมีการแชร์ภาพของสภาพศพผู้เคราะห์ร้ายของชาวเมืองปอมเปอี โดยสภาพศพอยู่ในท่านอนคล้ายการสำเร็จความใคร่ หรือภาพดังกล่าวถูกแชร์ต่อในสังคมออนไลน์อย่างมาก แต่ภาพที่แชร์นั่นแม้ว่าจะดูเหมือนท่าดังกล่าวนั้น โดยทางนักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาเผยว่าร่างของเหยื่อนั้น อาจไม่ได้สำเร็จความใคร่ก่อนสิ้นใจ โดยเชื่อว่าท่าดังกล่าวอาจเกิดจากผู้เสียชีวิตในสภาพท่านอนและแขน ขา อาจบิดตัวเพราะความร้อน

ภาพดังกล่าวนั้นโดยเหยื่อในภาพซึ่งทาง ปิแอร์ เปาโล เปโตรเน นักภูเขาไฟวิทยาเผยออกมาว่ากรณีของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายนี้มีสภาพการเสียชีวิตด้วยท่าที่คล้ายกับการสำเร็จความใคร่และมีการแชร์ต่อๆกันไปในโลกออนไลน์ เขาเดินทางไปดูศพดังกล่าวด้วยตัวเอง โดยระบุว่าเหยื่อดังกล่าวนั้นเป็นชายวัยผู้ใหญ่ อายุราว 35 – 40 ปี โดยเสียชีวิตจากเถ้าธุลีภูเขาไฟซึ่งความร้อนนั้นเป็นเหตุให้แขน ขา คดงอ ก่อให้เกิดภาพดังกล่าวที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ทาง เปโตรเน ได้ออกมากล่าวถึงกลุ่มคนที่แชร์ภาพนี้และนำไปล้อเลียนอย่างสนุกสนาน ซึ่งในความจริงเขาไม่ได้เสียชีวิตจากสิ่งที่รักตามที่หลายคนเข้าใจ พร้อมทั้งบอกว่าคุณไม่รู้หรอกว่าเหตุการณ์นั้นมันทรมานขนาดไหน ถ้าหากเป็นคุณยังจะหัวเราะออกมั้ย

สำหรับภัยพิบัติปอมเปอี เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ปี ค.ศ. 79 ภูเขาไฟวิสุเวียสเกิดปะทุอย่างรุนแรง แรงปะทุก่อเกิดเถ้าถ่านกลุ่มควันหนาปกคลุมเมืองปอมเปอีจนจมหายไป หลังจากมีการขุดพบเมืองพบว่ามีผู้เสียชีวิตราว 1,500 – 2,000 ราย