ชาวประมงแห่ขายปลาฉลามวาฬ

เป็นที่ฮือฮาอีกแล้วสำหรับข่าวในประเทศจีนที่คราวนี้อ่านดูอาจจะตลกแต่ผมหาหลายคนอาจจะมองอีกมุมในข่าวนี้เรื่องก็มีอยู่ว่าชาวประมงในมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน จับฉลามวาฬบรรทุกใส่ท้ายรถ ใช้เลื่อยแล่เนื้อตระเวนขายให้ห้องครัวโรงแรมต่างๆโดยที่กฏหมายคุ้มครองสัตว์ของจีนจัดให้ฉลามวาฬเป็นสัตว์สงวน สื่อประเทศจีนรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา มีชาวเน็ตจีนแชร์เผยแพร่รูปภาพและคลิปวีดิโอหนึ่งซึ่งเกิดกระแสวิจารณ์ไม่น้อย เผยให้เห็นฉลามวาฬขนาดใหญ่ตัวหนึ่งที่ถูกชาวประมงจับมา ถูกบรรทุกไว้ท้ายรถบรรทุกขนาดเล็ก ขับลากไปตามถนน ก่อนนำไปแล่เนื้อโดยใช้เลื่อยหั่นออกมาเป็นชิ้นๆ อย่างโหดร้าย เพื่อนำไปส่งขายให้ห้องครัวของโรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอเสียผู่ เมืองหนิงโป มณฑลฝูเจี้ยนพนักงานห้องครัวของโรงแรมดังกล่าวบอกว่า เนื่องจากภัตตาคารตั้งอยู่ใกล้กับทะเล จึงมีพ่อค้าขนฉลามวาฬนี้มาเสนอขายให้ แต่ด้วยทางโรงแรมเห็นว่ามันมีกลิ่นเหม็นรุนแรงเกินไปจึงปฏิเสธไม่รับซื้อนอกจากนี้ ทางพ่อครัวยังอธิบายว่า ฉลามวาฬตัวนี้เจริญเติบโตอยู่ในทะเลเป็นเวลานาน ตัวมันจึงเต็มไปด้วยสารปรอทปริมาณสูง ซึ่งไม่สามารถนำมาประกอบอาหารรับประทานได้ขณะที่ผู้พบเห็นเหตุการณ์บันทึกภาพและคลิปวีดิโอนำแจ้งกับตำรวจและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันกำลังดำเนินการตรวจสอบทั้งนี้ ฉลามวาฬเป็นสัตว์สงวนประเภทที่ 2 ของจีน หากชาวประมงจับได้ให้รีบปล่อยคืนทันที หากพบว่าตายให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตามกฎหมายหากพบมีการล่าและจำหน่าย มีโทษจำคุก 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

เครื่องบินญี่ปุ่นชนนกเครื่องยนต์ไหม้โชคดีวนกลับทัน

เกิดข่าวระทึกขวัญจากเครื่องบินอีกแล้วหลังเครื่องบินสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ส รีบบินวนกลับสนามบินทันที หลังเครื่องยนต์ไฟไหม้ ผู้โดยสารกว่า 250 ชีวิตนั่งระทึก เพราะเทคออฟชนฝูงนกสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ส ต้องบินวนกลับมาลงจอดฉุกเฉินที่โตเกียว หลังจากเกิดเหตุขัดข้องในระบบเครื่องยนต์ มีเพลิงลุกไหม้กะทันหัน เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นเพราะบินชนฝูงนกระหว่างกำลังทำการเทคออฟตามรายงานระบุว่า เจเปน แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ JL6 ต้องส่งสัญญาณขอบินกลับแบบฉุกเฉินลงที่ท่าอากาศยานฮะเนะดะ หลังจากเพิ่งทยานขึ้นสู่ฟ้าเพียงไม่กี่นาที เมื่อช่วงสายวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ตามเวลาในท้องถิ่น เนื่องจากพบสัญญาณขัดข้องที่เครื่องยนต์ และมีควันไฟเกิดขึ้นด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 777 พร้อมกับผู้โดยสารและลูกเรือราวๆ 250 คน กลับมายังสนามบินได้อย่างปลอดภัย ขณะที่การตรวจสอบพบว่าเกิดเพลิงไหม้ที่เครื่องยนต์ฝั่งซ้ายของเครื่องบิน เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะประสบเหตุบินชนกับฝูงนกช่วงที่ทำการเทคออฟขึ้นจากสนามบินนั่นเองทั้งนี้ ทางการญี่ปุ่นและเจ้าหน้าที่สนามบินอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงในกรณีนี้ ขณะที่สายการบินได้โยกย้ายและเปลี่ยนเครื่องบินให้ผู้โดยสารทั้งหมดได้ออกเดินทางไปยังนครนิวยอร์กได้ต่อ โดยล่าช้าไปจากกำหนดการเดิมราวๆ 1 ชั่วโมง ขณะนี้ผู้โดยสารทั้งหมดอยู่ระหว่างบินไปถึงปลายทางอย่างไรก็ตาม จากสถิติท่าอากาศยานฮะเนะดะพบประวัติการบินเฉี่ยวชนกับฝูงนกบ่อยครั้ง โดยเมื่อปี 2016 มีมาถึง 182 ครั้ง เช่นเดียวกับท่าอากาศยานโอซากะ เมื่อปีที่แล้วก็มีประวัติเกิดเหตุเช่นนี้มาถึง 73 ครั้ง และอีก 57 ครั้งที่ท่าอากาศยานนาริตะ แต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่จะกระทบต่อระบบการบิน

เฮอริเคนถล่มหมู่เกาะแคริบบียน

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2560 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พายุเฮอริเคน เออร์มา ที่มีความเร็วลมสูงสุดถึง 300 กม.ต่อชม. เป็นหนึ่งในพายุที่มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบหลายสิบปี ที่ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติก พัดถล่มประเทศหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน อย่างสาธารณรัฐโดมินิกัน, เปอร์โตริโก, แอนติกาและบาร์บูดา รวมถึงเกาะเซนต์มาร์ติน ดินแดนของฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ เมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น โดยล่าสุดมีผู้เสียชีวิตรวมกันแล้วอย่างน้อย 10 ราย ที่เกาะเซนต์มาร์ติน ได้รับความเสียหายจากพายุถึง 95% โดยขณะนี้ประชาชนไม่มีไฟฟ้าใช้ หรือแม้แต่ที่พักพิงชั่วคราว และกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนขณะที่เกาะบาร์บูดา เกาะในประเทศแอนติกาและบาร์บูดา มีบ้านเรือนพังเสียหายจำนวน 90% ของเกาะ และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ส่วนที่เกาะบาร์เบโดสมีผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย หลังจากนั้นพายุได้พัดขึ้นฝั่งที่เปอร์โตริโก โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของเกาะ ประชาชนไม่มีไฟฟ้าใช้ และระบบน้ำประปาเสียหาย ขณะที่มีต้นไม้หักโค่น และเสาไฟฟ้าล้มกีดขวางตามท้องถนน ต่อมา พายุเออร์มา ได้ทำให้เกิดน้ำท่วมในสาธารณรัฐโดมินิกัน โดยที่กรุงซานโต โดมิงโก มีบ้านเรือนพังเสียหายจำนวนมาก ถนนหนทางถูกตัดขาด และมีต้นไม้ล้มกีดขวางบนถนนเป็นจำนวนมากทั้งนี้ ขณะที่ทางการรัฐฟลอริดาของสหรัฐสั่งการอพยพผู้คนเพื่อรับมือกับเฮอริเคน เออร์มา ที่เตรียมเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งในสุดสัปดาห์นี้ ขณะที่ยังมีเฮอริเคนอีก 2 ลูกที่เริ่มก่อตัวขึ้น คือ เฮอริเคน คาเทีย ที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 3 ในอ่าวเม็กซิโก จะพัดขึ้นฝั่งเม็กซิโกในพรุ่งนี้ ขณะที่เฮอริเคน โฮเซ่ ก็เริ่มก่อตัวขึ้นกลางมหาสมุทรแอตแลนติก ที่กำลังทวีความรุนแรงเป็นเฮอริเคนระดับ 3 และอาจมุ่งหน้าสู่สหรัฐฯ ได้ในเวลาต่อมา

หนุ่มญี่ปุ่นตกสะพายตายหลังขอแฟนสาวแต่งงาน

มื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา มีข่าวหน้าเศร้าจากญี่ปุ่นที่ตอนแรกเหมือนจะเป็นฉากปิดท้ายความรักของหนุ่มสาวโดยการขอแต่งงาน แต่กับเป็นเรื่องหน้าเศร้าเพราะหลังจากฝ่ายสาวตกลง ฝ่ายชายได้รู้คำตอบก็กระโดดด้วยความดีใจจนเสียหลักตกจากสะพานลงกลางทะเล เรื่องราวสุดสลดของชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งนี้ เกิดเสียหลักผลัดตกจากสะพานเชื่อมต่อเกาะชื่อดังในจังหวัดโอกินาวะ ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ลงไปในทะเล เสียชีวิต หลังจากเอ่ยขอแฟนสาวแต่งงานได้สำเร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 00:00 น. วันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ช่วงกลางสะพานอิราบุ ที่เชื่อมต่อระหว่างเกาะมิยาโกะและเกาะอิราบุ ในจังหวัดโอกินาวะ ชายหนุ่มผู้เสียชีวิตอายุ 32 ปี ร่วงตกจากสะพานลงไปในทะเลความสูงราว 30 เมตร โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการช่วยเหลือและค้นหาตัวชายหนุ่มรายดังกล่าวทันที แต่ก็พบร่างไร้ลมหายใจของเขาในอีก 7 ชั่วโมงต่อมา ตามรายงานระบุว่า เมื่อช่วงคืนวันที่ 3 ก.ย. ชายหนุ่มรายดังกล่าวได้ขับรถพาแฟนสาวขึ้นไปบนสะพาน และหยุดจอดบริเวณจุดเกิดเหตุ ก่อนเอ่ยขอแฟนสาวแต่งงาน ซึ่งหลังจากฝ่ายแฟนสาวตอบตกลง เขาก็กระโจนป่ายปีนรั้วกั้นสะพานด้วยความดีใจ และเกิดเสียหลักร่วงตกลงไปในทะเล กระทั่งเสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้ สะพานอิราบุเปิดใช้งานเมื่อปี 2015 มีความยาวทั้งสิ้น 3,540 เมตร เป็นสะพานที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น สามารถเดินทางข้ามโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูง ด้วยมีทิวทัศน์ที่สวยงามตระการตา

หนุ่มชาวจีนลงทุนเปิดร้านอาหารกำไร 5 แสนต่อเดือน

หนุ่มจีนเปิดร้านอาหารจีนสไตล์เสฉวนในโมร็อกโก ทำกำไรกว่า 5 แสนบาทต่อเดือนสำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า หวัง ลั่วผิงชายชาวจีนวัย 30 กว่าปี จากมณฑลเจ้อเจียง เดินทางไปเปิดร้านอาหารจีนในโมร็อกโก ด้วยอาหารเสฉวนธรรมดาอย่างปลาต้มน้ำพริก มันฝรั่งเส้นผัด และเต้าหู้ม๋าโฝโดยเขาเปิดกิจการเพียงครึ่งปีก็สามารถทำกำไรต่อเดือนสูงลิ่วกว่า 1 แสนหยวน ประมาณ 510,000 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับตอนทำงานในจีน เขามีรายได้มากกว่าถึง 10 เท่าหวัง ลั่วผิง เป็นหนึ่งในชาวจีนที่ไปทำงานในโมร็อกเป็นกลุ่มแรกสุด ในช่วงที่โมร็อกโกยังมีชาวจีนเพียง 3,000 คน และมีนักท่องเที่ยวไม่ถึง 1,000 คนต่อปี จากนั้นช่วงเดือน มิ.ย. ปี 2016 โมร็อกโกได้อนุญาตให้ชาวจีนเดินทางเข้าไปได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเพิ่มมากขึ้นกว่า 6 เท่าในเวลาครึ่งปีหวัง ลั่วผิง จึงตัดสินใจเปิดร้านอาหารชื่อ ฉางเฉิงขึ้นเมื่อช่วงเดือนม.ค.ที่ผ่านมา และตกแต่งร้านให้มีได้บรรยากาศแบบวัฒนธรรมจีน ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ ฯลฯ ชื่อฟังดูพื้นๆ แต่ฉางเฉิงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีนเรา เมื่อทุกคนได้พบเห็นต่างก็รู้จักส่วนวัตถุดิบอย่างผักและผลไม้ก็ซื้อจากตลาดในท้องถิ่น ซึ่งเขาจะออกไปตลาดช่วงเช้าตรู่เพื่อเลือกซื้อวัตถุดิบที่สดใหม่ทุกวัน กระทั่งกิจการร้านอาหารของเขาเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจเป็นอย่างมากภายในเวลาเพียงครึ่งปี จนโต๊ะ 50 กว่าที่ในร้านแทบไม่พอรองรับลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้าชาวจีน และมีกำไรสูงถึง 1 แสนหยวนต่อเดือน

แชร์กระหน่ำ เมฆประหลาดโผล่เหนือฟ้าบราซิล อย่างกับอุกกาบาตชนโลก

เป็นเรื่องที่แชร์กันอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ถ่ายภาพเมฆประหลาดเหนือท้องของประเทศบราซิลซึ่งมีลักษณะคล้ายกับอุกกาบาตกำลังพุ่งชนโลก วันที่ 19 สิงหาคม 2017 มีรายการว่ามีผู้ถ่ายภาพเมฆประหลาดได้ทางตอนใต้ของประเทศบราซิล สร้างความตกใจให้กับผู้พบเห็นอย่างมากซึ่งท้องฟ้ามีลักษณะสีส้มอมแดงคล้ายควันเหมือนกับลูกไฟกำลังพุ่งลงมาจากท้องฟ้า บางคนระบุว่าเมฆประหลาดที่เกิดขึ้นนี้ดูเหมือนกับงวงของทอร์นาโด ซึ่งเป็นเมฆที่เกิดจุดเดียวโดยรอบเป็นฟ้าโล่งและไม่มีเมฆอื่นปรากฏอยู่เลย นอกจากนี้ยังมีคนที่พบเจอมันยังระบุด้วยว่าเมฆนี้เหมือนกับดาวหางที่กำลังพุ่งลงมา ปรากฏการณ์เมฆประหลาดนี้สามารถพบเห็นทั่วทั้งพื้นที่ของบราซิลซึ่งมีการคาดการณ์และถกเถียงต่างๆนาๆ โดยหลายคนระบุว่าเมฆดังกล่าวอาจเป็นการกระทำของพระเจ้า หลังจากนั้นรูปนี้ก็แชร์ไปทั่วทั้งโซเซียล ไม่ว่าจะเป็น อินสตาร์แกรม, เฟซบุ๊ค และอื่นๆอีกมากมาย โดยมีผู้เข้าชมภาพดังกล่าวมากถึง 1 ล้านคน และมีการถกเถียงต่างๆนาๆ ถึงเมฆดังกล่าว

ปรากฏการณ์เมฆประหลาดนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยปรากฏเมฆนี้เป็นเวลา 4 นาทีและจางหายไปมีหลายคนระบุว่าไม่เคยเจอเมฆประหลาดแบบนี้มาก่อนในชีวิต จนตอนนี้ยังไม่มีใครรวมถึงนักวิทยาศาสตร์ออกมาให้คำตอบว่าเมฆประหลาดนี้คืออะไรกันแน่ ซึ่งยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในบราซิล หลายคนบอกว่านี่อาจเป็นผลงานของพระผู้เป็นเจ้าก็ได้ ขณะที่หลายคนบอกว่านี่อาจเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างหนึ่งที่หาชมยาก

แชร์ภาพผู้เคราะห์ร้าย ปอมเปอี สภาพศพคล้ายกับ ??

ภัยพิบัติเมืองปอมเปอีแม้ว่าจะเกิดขึ้นมานานนับพันปีแล้ว แต่เรื่องราวภัยธรรมชาติที่น่ากลัวและโศกนาฏกรรมที่ชาวโลกต้องจดจำนั้นยังคงไม่ลืมเลือน ที่ผ่านมานั้นมีการแชร์ภาพของสภาพศพผู้เคราะห์ร้ายของชาวเมืองปอมเปอี โดยสภาพศพอยู่ในท่านอนคล้ายการสำเร็จความใคร่ หรือภาพดังกล่าวถูกแชร์ต่อในสังคมออนไลน์อย่างมาก แต่ภาพที่แชร์นั่นแม้ว่าจะดูเหมือนท่าดังกล่าวนั้น โดยทางนักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาเผยว่าร่างของเหยื่อนั้น อาจไม่ได้สำเร็จความใคร่ก่อนสิ้นใจ โดยเชื่อว่าท่าดังกล่าวอาจเกิดจากผู้เสียชีวิตในสภาพท่านอนและแขน ขา อาจบิดตัวเพราะความร้อน

ภาพดังกล่าวนั้นโดยเหยื่อในภาพซึ่งทาง ปิแอร์ เปาโล เปโตรเน นักภูเขาไฟวิทยาเผยออกมาว่ากรณีของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายนี้มีสภาพการเสียชีวิตด้วยท่าที่คล้ายกับการสำเร็จความใคร่และมีการแชร์ต่อๆกันไปในโลกออนไลน์ เขาเดินทางไปดูศพดังกล่าวด้วยตัวเอง โดยระบุว่าเหยื่อดังกล่าวนั้นเป็นชายวัยผู้ใหญ่ อายุราว 35 – 40 ปี โดยเสียชีวิตจากเถ้าธุลีภูเขาไฟซึ่งความร้อนนั้นเป็นเหตุให้แขน ขา คดงอ ก่อให้เกิดภาพดังกล่าวที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ทาง เปโตรเน ได้ออกมากล่าวถึงกลุ่มคนที่แชร์ภาพนี้และนำไปล้อเลียนอย่างสนุกสนาน ซึ่งในความจริงเขาไม่ได้เสียชีวิตจากสิ่งที่รักตามที่หลายคนเข้าใจ พร้อมทั้งบอกว่าคุณไม่รู้หรอกว่าเหตุการณ์นั้นมันทรมานขนาดไหน ถ้าหากเป็นคุณยังจะหัวเราะออกมั้ย

สำหรับภัยพิบัติปอมเปอี เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ปี ค.ศ. 79 ภูเขาไฟวิสุเวียสเกิดปะทุอย่างรุนแรง แรงปะทุก่อเกิดเถ้าถ่านกลุ่มควันหนาปกคลุมเมืองปอมเปอีจนจมหายไป หลังจากมีการขุดพบเมืองพบว่ามีผู้เสียชีวิตราว 1,500 – 2,000 ราย

ชาวเมืองตกใจพบกุ้งกระดองหลังฝนตกกลางทะเลทราย

ถือเป็นเรื่องหน้าแปลกใจมากที่จู่ๆก็ได้มีสัตว์รูปร่างเหมือนสัตว์น้ำโผล่มาเต็มไปหมดหลังฝนตกหนักโดยที่สิ่งมีชีวิตชนิดนี้ถูกเรียกว่ากุ้งกระดองแต่ถ้าใครที่ไม่เคยเห็นไม่เคยรู้จักสัตว์ชนิดนี้มากก่อนครั้งแรกที่เห็นจะต้องไม่คิดถึงกุ้งแน่ เมื่อ 14 ม.ค. 2017 ชาวเมือง Alice Springs ต่างพากันตื่นเต้นและประหลาดใจเมื่อพบสิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาดโผล่ขึ้นกลางทะเลทรายเต็มไปหมด หลังจากฝนตกหนักผ่านไปสัตว์มีชีวิตที่ปรากฎอยู่ในทะเลทรายถูกพบอยู่ไม่ไกลจากชุมชนได้ถูกชาวเมือง Alice Springs ถ่ายภาพส่งไปให้สำนักงานวนอุทยานแห่งชาติ, สัตว์ป่าและพันธุ์พืชแห่งนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี NTPW เป็นผู้ไขปริศนาต่อมานาย Michael Barritt ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ตามธรรมชาติได้ออกมาเฉลยว่าสัตว์ดังกล่าวคือกุ้งกระดอง หรือ shield shrimp เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ง่ายและพบเห็นยาก และเป็นสัตว์ท้องถิ่นที่คนในท้องถิ่นอาจไม่รู้จักมาก่อน  เขากล่าวว่า กุ้งกระดองจะเป็นสิ่งที่เห็นอย่างดาษดื่นหลังจากมีฝนตกหนัก แต่ส่วนใหญ่มันจะไม่ปรากฎให้เห็นในช่วงเวลาอื่น ๆกุ้งกระดองเป็นสัตว์จำศีล ไข่ของมันสามารถปรับตัวได้ต่ออุณหภูมิสูงและความแห้งแล้ง มันจึงสามารถอยู่รอดได้ในสภาอากาศแห้งจัด และในที่ที่หลายคนคาดไม่ถึงอย่างกลางทะเลทราย หรือแม้แต่บนยอด Uluru ในใจกลางทวีปไข่ของกุ้งกระดองมีขนาดเท่าเม็ดทราย มันเพียงรอน้ำฝนในปริมาณที่พอเหมาะ จากนั้นไข่ก็จะฟักออกมา มันขยายขนาดตัวได้อย่างรวดเร็ว จากไข่ขนาดเท่าเม็ดทรายสามารถเติบโตได้ 1 เซนติเมตรภายใน 24 ชั่วโมง

ประโยชน์ของการหันกลับมาใช้จักรยาน

เราทุกคนที่มีรถยนต์รู้ดีจากประสบการณ์ของตนเองว่า การใช้รถยนต์นั้นมีค่าใช้จ่ายมากมาย  นอกจากเงินที่ต้องจ่ายซื้อรถคนนั้นมาในเบื้องแรกแล้ว ต่อๆไปคุณต้องจ่ายค่าเชื้อเพลิง ค่าดูแลบำรุงรักษาและซ่อมแซม ค่าทะเบียนและค่าประกัน แล้วรถก็ยังเสื่อมราคาและหมดอายุการใช้งานไปในที่สุด ต้องซื้อหาคันใหม่  เหล่านี้มีแต่เงินต้องไหลออกจากกระเป๋าของคุณไป เพื่อซื้อสิ่งที่คุณคิดว่าสำคัญในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นยานพาหนะในการเดินทางที่จำเป็น ความสะดวกสบาย หรือแม้แต่สถานะทางสังคมที่ติดมากับการมีรถยนต์

แต่ถ้าตัดข้อแรก คือการเป็นยานพาหนะที่จำเป็นในการเดินทางในชีวิตประจำวัน เช่น ที่พักอาศัยอยู่ห่างไกลจากสถานที่ทำงานเกินกว่าจะเดินหรือขี่จักรยานสบายๆ และไม่มีขนส่งสาธารณะให้บริการ ออกไปแล้ว  คุณจะพบว่า การเดิน ใช้จักรยาน และใช้ขนส่งสาธารณะ แม้จะมีค่าใช้จ่ายเช่นกัน แต่ก็ไม่มาก แม้จะรวมค่าแท็กซี่-ค่าเช่ารถและเชื้อเพลิงในโอกาสที่จำเป็นต้องใช้รถจริงๆ โดยรวมแล้วคุณก็ยังประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากมาย มากน้อยขึ้นอยู่กับองค์ประกอบต่างๆ ของแต่ละคน

ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยเคยมีแผ่นพับที่สมาชิกคนหนึ่งให้ข้อมูลว่า การเปลี่ยนมาใช้จักรยานในการเดินทางไปทำงานช่วยประหยัดเงินให้เขาได้มากเพียงใด ถ้าจำไม่ผิดก็เดือนละกว่าพันบาท ใช้จักรยานไม่กี่เดือนก็ประหยัดเงินได้มากกว่าราคาจักรยานแล้ว ที่เหลือก็เป็นกำไร…  นั่นเป็นข้อมูลเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนที่ค่าครองชีพค่าสินค้าต่างๆ ถูกกว่าทุกวันนี้ และการเจ็บป่วยจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่มีการเนือยนิ่งคือมีกิจกรรมทางกายหรือออกกำลังกายไม่เพียงพอ ยังไม่เป็นฆาตกรอันดับหนึ่งเหนือกว่าสาเหตุการเสียชีวิตทั้งมวลดังทุกวันนี้  มีการศึกษาในต่างประเทศพบว่า ความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยจากการขาดกิจกรรมทางกาย-การออกกำลังกาย สูงกว่าความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากการขี่จักรยานแล้วถูกรถชนถึง 20 เท่า

วันไร้รถเครื่องของกรุงปารีสลดมลพิษได้จริง 40 เปอร์เซ็นต์

นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2558 ที่นางแอน ฮิดาลโก นายกเทศมนตรีนครปารีส นำเอามาตรการ วันไร้รถ No Car Day มาทดลองใช้หนึ่งวันในเมืองหลวงของฝรั่งเศส เพื่อลดมลพิษทางอากาศและทางเสียง ตามที่ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยได้รายงานไปแล้วนั้น ปรากฏว่าชาวปาริเซียนต้อนรับมาตรการนี้เป็นอย่างดี  ต่อมาเธอจึงได้ขยายการมี วันไร้รถ มาเป็นเดือนละวันกว่าหนึ่งปีที่ดำเนินการมา มาตรการนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นความสำเร็จในทุกทาง แม้จะห้ามรถในวันนั้นเพียง 7 ชั่วโมง 11.00 – 18.00 น. ก็ยังสามารถลดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวร้าย ร้ายกว่าคาร์บอนไดออกไซด์เสียอีก ในย่านหลักของเมืองที่ห้ามรถเข้าไป โดยเฉพาะตามริมแม่น้ำเซนและย่านใจกลางเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นที่สุด ลงได้ในวันนั้นถึงร้อยละ 40 และลดในบริเวณอื่นของเมืองที่ไม่ได้ห้ามรถลงได้ร้อยละ 20   ต้องบอกว่า ความจริงนายกเทศมนตรีฮิดาลโกอยากใช้มาตรการนี้กับทั้งเมือง แต่ตำรวจไม่ยอมครับ ให้แค่ร้อยละ 30 ของเมืองเท่านั้นชาวเมืองเองก็มีความสุข ได้พื้นที่สาธารณะที่ถูกคนส่วนน้อยที่ใช้รถยนต์ยึดครองไปคืนมา พวกเขาจัดงานจัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย เช่น เล่นฟุตบอล ทำโยคะ และเดินทางไปไหนมาไหนในพื้นที่ห้ามรถด้วยการเดิน ขี่จักรยาน และขนส่งสาธารณะ  นักท่องเที่ยวที่มาเยือนก็พอใจปารีสเอามาตรการ วันไร้รถ มาใช้หลังจากปารีสกลายเป็นเมืองที่มีมลพิษทางอากาศเลวร้ายที่สุดในโลก  เมื่ออากาศเย็นลง ควันจากรถยนต์จะรวมกับหมอกกลายเป็นสม็อกที่ครอบคลุมเมืองอย่างหนักจนแทบจะมองไม่เห็นหอไอเฟล สัญญลักษณ์ของเมืองกวิน ชุติมา  กรรมการชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย และกรรมการ-เหรัญญิกสถาบันการเดินและการจักรยานไทย